เหลือเชื่อ! Ninja สตรีมเมอร์ชื่อดังกำลังติดเกม World of Warcraft: Classic งอมแงม

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าสตรีมเมอร์ชื่อดังอย่าง Ninja (Tyler Blevins) อดีตนักแข่งฟอร์มูล่าวัน Halo ที่ผันตัวสู่การเป็นสตรีมเมอร์เกม H1Z1, PUBG และแจ้งเกิดแบบเต็มตัวกับ Fortnite จวบจนถึงทุกวันนี้ แต่ทว่าในขณะนี้ดูเหมือนว่าพี่แกกำลังติดเกม World of Warcraft: Classic งอมแงมวางไม่ลงเลยล่ะ แถมที่สำคัญ Ninja ทำการถ่ายทอดสดไลฟ์สตรีมเกมดังกล่าวผ่าน Mixer อีกด้วยค่ะ ซึ่งคาดว่าพี่แกน่าจะเล่นติดต่อกันมาตั้งแต่วันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา ใครที่แฟนคลับหรือสนใจอยู่ล่ะก็ สามารถรับชมกันได้นะจ๊ะ นอกเหนือไปกว่านั้น Ninja ยังโพสต์ลงบน Twitter หลักของตนอีกด้วยว่า “ผมกำลังรับทำเควสหนึ่งในเกม World of Warcraft: Classic และยังเคลียร์ไม่ผ่านเลย Send help! [ขอความช่วยเหลือด้วย!]” ซึ่งแน่นอนว่า DrLupo (Benjamin Lupo) หนึ่งในสตรีมเมอร์ชื่อดังบน Twitch และเพื่อนซี้คู่ใจที่แทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองว่า Ninja ก็เล่นเกมนี้กับเขาด้วยเหมือนกัน ก็แสดงความยินดีกับเขาด้วยการใช้ภาพ GIF ว่า “Welcome” และเข้าไปเล่นด้วยกัน 555+ Ninja เปิดเผยว่าแม้ตนจะไม่เคยสัมผัส World of Warcraft มาก่อนสักนิด แต่ถึงกระนั้นก็เคยผ่านมือเกมแนว MMORPG ยอดนิยมในอดีตมาแล้วอย่าง Final Fantasy XI และ Star Wars : The Old Republic เป็นต้น โดยเจ้าตัวหันมาสนใจ World of Warcraft : Classic นั้นเป็นเพราะกระแสตอบรับที่แพร่กระจายบนโซเชียลมีเดียอย่างล้นหลาม จึงลองตัดสินใจเล่นดู ผลก็คือติดใจจนถอนตัวไม่ขึ้น เรียกได้ว่าเป็นไปดั่งตามการวิเคราะห์และคาดคะเนของบทความก่อนหน้านี้เคยนำเสนอไปเลยว่ากระแสดังกล่าวอาจช่วยดึงผู้เล่นหน้าใหม่ / ผู้เล่นหน้าเก่า หันมาเล่น World of Warcraft: Classic กันมากยิ่งขึ้น ไหนๆ ก็พูดถึง Ninja ทั้งที ทามาโมะจังขอเสริมไปด้วยว่าจากการที่พี่แกจับมือกับ Microsoft เพื่อย้ายมาตั้งแหล่งฐานไลฟ์สตรีมบน Mixer จึงทำให้ได้รับสิทธิ์เผยแพร่เนื้อเรื่องของ Gears 5 และเกมเพลย์ให้ได้รับชมก่อนใครอีกด้วย ซี่งจะทำการถ่ายทอดสดในคืนวันนี้ หากมีรายละเอียดเพิ่มเติม ทามาโมะจังและทีมงาน PlayUlti จะรีบมาแจ้งให้ทราบทันทีค่ะ เครดิต : (playulti) https://www.playulti.com

Disney Classic Games: Aladdin and The Lion King

ใครเคยเล่นต้องอายุ 20 กว่าแน่นอน Disney Games ประกาศนำเกมเก่ากลับมาวางจำหน่ายใหม่ Disney Classic Games : Aladdin and The Lion King จะวางจำหน่ายวันที่ 29 ตุลาคม 2019 ให้กับ Playstation 4 , Xbox One , Nintendo Switch และ PC Aladdin และ The Lion King พึ่งฉายในโรงภาพยนตร์ไปได้ไม่นาน กระแสตอบรับดีมาก กลายเป็นหนังพันล้านเหรียญเป็นที่เรียบร้อย ทำให้ Disney ไม่รอช้า หยิบเกมกลับมาปัดฝุ่นวางจำหน่ายอีกครั้ง ตัวเกมจะมีการปรับภาพให้คมชัดมากขึ้น แสดงภาพถึง 1080p มีเกมหลายเวอร์ชัน Sega Genesis, Game Boy และ Super Game Boy รวมถึง The Lion King ของ Super Nintendo นอกจากนี้ยังมีโหมด Watch ที่สามารถปรับเร่งความเร็วของเกมไปข้างหน้าหรือถอยหลังก็ได้ ในส่วนของนักสะสม จะมี Museum รอบรวมภาพการออกแบบไว้ทั้งหมด ของ Aladdin และ The Lion King รวมไปถึงเพลงประกอบ และสิ่งที่พิเศษสุด “Trade Show Demo” Aladdin ที่ไม่เคยวางจำหน่ายตั้งแต่ปี 1993 ก็มีให้เล่นด้วย Disney Classic Games: Aladdin and The Lion King คอนักสะสมไม่ควรพลาด วางจำหน่ายวันที่ 29 ตุลาคม 2019 ให้กับ Playstation 4, Xbox One, Nintendo Switch และ PC เครดิต : (beartai) https://www.beartai.com

มันชินี่ชี้อิตาลีไม่ง่ายแม้บุกสอยอาร์เมเนีย

โรแบร์โต้ มันชินี่ กุนซือทีมชาติอิตาลี ชี้เป็นงานที่หินทีเดียว แม้ทีมบุกไปพลิกสอย อาร์เมเนีย ได้สำเร็จ 3-1 ระบุการที่คู่แข่งเหลือ 10 คน ยิ่งทำให้เล่นยากขึ้น โรแบร์โต้ มันชินี่ เฮดโค้ชทีมชาติอิตาลี เผยว่า ไม่ใช่งานง่ายเลยแม้แต่น้อยสำหรับทีมตน แม้สามารถบุกไปพลิกเอาชนะ อาร์เมเนีย 3-1 ในศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป “ยูโร 2020” รอบคัดเลือก กลุ่ม เจ นัดที่ 5 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน ที่ผ่านมา อาร์เมเนีย เป็นฝ่ายขึ้นนำก่อนจากการยิงสุดเฉียบของ อเล็กซานเดร คาราเปเตียน ตั้งแต่นาทีที่ 11 ทว่านาทีที่ 28 อันเดรีย เบล็อตติ ก็ยิงให้ อิตาลี ตามตีเสมอเป็น 1-1 ได้สำเร็จ จากนั้นนาทีที่ 45 สถานการณ์ของเจ้าถิ่นดูย่ำแย่ลงไปอีก เพราะต้องเหลือผู้เล่น 10 คน จากการที่ คาราเปเตียน ถูกไล่ออก หลังได้รับใบเหลืองที่สอง ครึ่งหลังเกมมาถึงนาทีที่ 77 อิตาลี พลิกเป็นฝ่ายขึ้นนำ 2-1 จากการโหม่งของ ลอเรนโซ่ เปลเลกรีนี่ ก่อนที่จะมาได้ประตูย้ำชัย 3-1 จาก เบล็อตติ เจ้าเก่าในนาทีที่ 80 ซึ่งชัยชนะนัดนี้ทำให้ทีมแชมป์โลก 4 สมัย รั้งตำแหน่งจ่าฝูงต่อไป ด้วยสถิติชนะ 100% จากการลงเตะ 5 นัด มี 15 คะแนน “ผมไม่รู้ว่า มันเป็นเกมที่ย่ำแย่ที่สุดของเราหรือเปล่า แต่ผมคงต้องบอกว่า มันเป็นเกมที่ยากลำบากมาก เพราะเกมง่ายๆ มันไม่มีจริงในวงการฟุตบอลทุกวันนี้ เราออกสตาร์ตได้ไม่ดี แถมยังเสียประตูก่อน แต่เราก็น่าจะกลับมาได้ก่อนจบครึ่งแรก” “ในทางกลับกัน ใบแดงของพวกเขากลับกลายเป็นสิ่งที่เล่นงานพวกเราด้วย เพราะทำให้ อาร์เมเนีย ต้องโฟกัสไปที่การเล่นเกมรับทั้ง 10 คน ซึ่งทำให้แทบไม่มีพื้นที่เล่นเลย เพราะถ้าเป็น 11 คนเท่ากับ พวกเขาก็คงจะเล่นเกมรุกมากกว่านี้” มันชินี่ เปิดใจหลังเกม เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

ต้องแก้ด่วน! ปัญหาปืนฝืดของ แมนฯ ยูไนเต็ด

ความสุขสันต์จากการชนะ เชลซี 4-0 ในนัดเปิดฤดูกาล 2019-20 ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หายไปอย่างรวดเร็ว หลังจากที่ 3 นัดต่อมาพวกเขาสะกดคำว่าชนะไม่เป็นเลย แบ่งเป็นการเสมอกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 1-1, แพ้ คริสตัล พาเลซ คาบ้าน 1-2 และเจ๊ากับ เซาธ์แฮมป์ตัน 1-1 ผลงานดังกล่าวทำให้แค่เริ่มซีซั่นนี้มา 4 นัด แมนฯ ยูไนเต็ด ก็มีแต้มตามหลัง ลิเวอร์พูล คู่อริตัวฉกาจที่เป็นจ่าฝูงห่างถึง 7 แต้มเข้าไปแล้ว แน่นอน บรรดาแฟนบอล “ปีศาจแดง” ยอมรับดีอยู่แล้วว่าฤดูกาลนี้ยังเร็วเกินไปที่พวกเขาจะมีลุ้นแชมป์ลีก แต่เหล่า “เร้ด อาร์มี่” ก็ไม่คิดว่าทีมรักของพวกเขาควรจะมีผลงานย่ำแย่แบบนี้ตั้งแต่ตอนออกสตาร์ต ทั้งนี้ หลายคนมองว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด เพิ่งเก็บไปได้ 5 คะแนน เป็นเพราะเกมรุกของพวกเขาจบสกอร์ได้ไม่ดีเท่าที่ควร ถึงแม้จะมีโอกาสทำประตูหลายครั้ง แต่มีบ่อยครั้งที่สุดท้ายแล้วบอลมันไม่เข้าไปนอนในก้นตาข่าย ซึ่งสถิติหลายอย่างมันบ่งชี้ว่าพวกเขามีปัญหาในการยิงจริงๆ ถ้าหากอ้างอิงจาก อ็อปต้า สื่อด้านบันทึกสถิติชื่อดังแล้วนั้น มันก็จะเห็นว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ถือเป็นทีมที่มี “อัตราลูกยิงที่ควรจะเข้าประตู” สูงที่สุดเป็นอันดับ 3 ของ พรีเมียร์ลีก ในตอนนี้ ด้วยจำนวน 7.4 ประตู เป็นรองเพียง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งอยู่ที่ 11.17 ประตู กับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่อยู่ในระดับ 7.67 ลูกเท่านั้น ก่อนอื่นต้องขออธิบายเจ้าสถิติ “อัตราลูกยิงที่ควรจะเข้าประตู” กันก่อน โดยมันคือสถิติที่ได้รับความนิยมสูงระดับหนึ่งในเมืองนอก ซึ่งมันก็คือสถิติที่บ่งบอกว่าตามความเป็นจริงแล้วทีมนั้นๆ ควรจะทำประตูให้ได้ในระดับนั้นเป็นอย่างน้อย ยกตัวอย่างเช่นถ้าตัวเลขอยู่ที่ 12 มันก็หมายความว่าทีมนั้นๆ ควรจะทำประตูได้ 12 ลูกเป็นอย่างต่ำ และถ้าน้อยกว่านั้นก็ถือว่าพวกเขาไม่มีความเฉียบขาดมากพอ ทั้งนี้ ปัจจัยที่เอามาคำนวณเป็น “อัตราลูกยิงที่ควรจะเข้าประตู” ก็คือความง่ายของการยิง ยกตัวอย่างง่ายๆ ก็คือถ้าเป็นลูกยิงเผาขน หรือได้ยิงในระยะกับมุมที่ดี ตัวเลขก็จะสูง เพราะมัน “ควรจะเป็นประตู” แต่ถ้าเป็นการยิงไกล หรือโดนคู่แข่งขวางเอาไว้เยอะ ตัวเลขก็จะต่ำลงไป เพราะมัน “ดูแล้วไม่น่าจะเป็นประตูได้” โดยมันยังมีรายละเอียดอื่นๆ ที่เอามาพิจารณาด้วย อย่างเช่นเท้าที่ใช้ยิง เป็นต้น ตัวเลข 7.4 ในด้านนี้ของ แมนฯ ยูไนเต็ด แสดงให้เห็นว่าพวกเขามีการตั้งเกมขึ้นมาได้ดี และมีจังหวะผ่านบอลสวยๆ จนทำให้คนที่ยิงอยู่ในมุมที่ควรจะส่งบอลเข้าไปนอนในก้นตาข่ายได้หลายครั้ง แต่ถึงกระนั้น พวกเขากลับยิงทิ้งยิงขว้างไปหลายหน และทำให้จนถึงตอนนี้พวกเขาก็ไม่เคยยิงเกิน 1 ลูกต่อ 1 เกมได้เลย นับตั้งแต่ที่เคยทำไป 4 ลูกในเกมกับ เชลซี แน่นอนว่าคนที่โดนเพ่งเล็งมากเป็นพิเศษคือ มาร์คัส แรชฟอร์ด เพราะดาวเตะชาวอังกฤษได้รับบทบาทเป็นกองหน้าตัวเป้าของทีมอย่างเต็มตัว ซึ่ง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ก็ตั้งใจที่จะปลุกปั้นให้ แรชฟอร์ด เป็นยอดกองหน้าตัวเป้าให้ได้ โดยว่ากันว่าเขาลงทุนซ้อมให้ แรชฟอร์ด เป็นพิเศษเลย อย่างไรก็ตาม ต้องบอกว่าจนถึงตอนนี้ แรชฟอร์ด ยังไม่สามารถตอบแทนความคาดหวังของอดีตยอดดาวยิงชาวนอร์เวย์ได้ดีเท่าที่ควร จริงอยู่ว่าเขาทำได้ 2 ลูกในเกมกับ เชลซี แต่หลังจากนั้นกลับยิงเพิ่มไม่ได้เลย แถมยังยิงตรงกรอบได้เพียงแค่ 5 หน จาก 16 นัดเท่านั้น การจะแสดงให้เห็นว่า แรชฟอร์ด ยิงได้แย่มันไม่จำเป็นถึงขนาดต้องเอาเขาไปเปรียบเทียบกับยอดแนวรุกของทีมอื่น อย่างเช่น โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แข้งคนดังของ ลิเวอร์พูล, เซร์คิโอ อเกวโร่ หัวหอก แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง ศูนย์หน้าอาร์เซน่อล หรือ แฮร์รี่ เคน กองหน้าท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เลย แค่เปรียบเทียบกับ แทมมี่ อับราฮัม กองหน้าดาวรุ่งของ เชลซี ก็พอจะเห็นได้ชัดถึงเรื่องนั้นแล้ว เพราะ อับราฮัม ยิงตรงกรอบได้ 5 ครั้ง จากทั้งหมด 11 หน และถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ก็ดีกว่า แรชฟอร์ด ด้วย จริงอยู่ว่านี่ยังเป็นเพียงช่วงต้นฤดูกาลเท่านั้น และ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังมีเวลาปรับปรุงการจบสกอร์ของพวกเขาอยู่ แต่มันก็ต้องรีบแก้ไขได้แล้ว ถ้าหากว่าพวกเขาไม่อยากอดได้โควตาลุยศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นฤดูกาลที่ 2 ติดต่อกัน เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

Epic Game Store ช่วยทำให้ Uplay ของ Ubisoft โดดเด่นมากยิ่งขึ้นโดยไม่ต้องง้อ Steam

“รู้หรือเปล่าว่าทำไม Ubisoft ถึงตัดสินใจวางจำหน่าย The Division 2 บนแพลตฟอร์ม Epic Game Store แทนที่จะลงบน Steam ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มยอดนิยมของเกมเมอร์ชาว PC มันไม่ใช่เพราะโดนล่อตาล่อใจด้วยส่วนแบ่งรายได้หรอก แต่เป็นแผนธุรกิจดันแพลตฟอร์มของตนเองอย่าง Uplay เปล่งประกายเฉิดฉายดั่งสวรรค์ของเกมเมอร์ต่างหาก เนื่องจากพวกเขาไม่ต้องกังวลการคิดส่วนแบ่งรายได้ แถมมีส่วนลดให้อีกด้วย ที่สำคัญเลยก็คือ Ubisoft คงอยากตีตัวออกห่างจาก Steam มาสักพักมานานแล้ว เพียงแต่หาจังหวะไม่ได้เสียที พอ Epic Game Store เข้ามาแล้วยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก เลยเห็นโอกาสที่ทำให้ Uplay เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น” ประโยคดังกล่าวข้างต้นคือคำพูดของเพื่อนนักธุรกิจของทามาโมะจังเองล่ะคะ แล้วดูเหมือนความเห็นของเขาจะถูกต้องจริงๆ [สมแล้วที่เป็นนักธุรกิจ] เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา คุณ Yves Guillemot บอสใหญ่ของ Ubisoft ได้เปิดเผยเหตุผลที่นำ Tom Clancy’s The Division 2 วางจำหน่ายบนแพลตฟอร์ม Epic Game Store ซึ่งโดยส่วนใหญ่ก็ตรงตามประโยคดังกล่าวข้างต้นที่ได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ พร้อมให้เหตุผลเพิ่มเติมว่า “ผมมองว่าการที่บรรดาแพลตฟอร์มต่าง ๆ แข่งขันกัน ส่งผลให้ค่ายเกมหันมาพัฒนาคอนเทนต์ให้ดีกว่าเดิม รวมไปถึงการขยายฐานผู้เล่นกลุ่มใหม่อีกด้วย” “ล่าสุดเราค้นพบว่ายอดสั่งซื้อล่วงหน้าของ The Division 2 บน PC ทำยอดขายสูงกว่า The Division ภาคแรกถึง 6 เท่า ซึ่งนับว่าเป็นสัญญาณที่ดีในระยะยาวสำหรับ Ubisoft” ถือเป็นการแสดงให้เห็นการร่วมมือกับทาง Epic Game Store เป็นใบเบิกทางให้เกมเมอร์ชาว PC เริ่มหันมานิยมใช้ Uplay พร้อมโปรโมตไปในตัวด้วย [ถึงแม้มันแอบดูตลกร้ายไปหน่อยก็ตาม] จัดว่าเป็นแผนการตลาดที่ร้ายกาจไม่เบาเลยแฮะ ส่วนตัวเกม Tom Clancy’s The Division 2 กำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 15 มีนาคม 2019 ทั้งบน PC [Uplay & Epic Game Store], PlayStation 4 และ Xbox One เครดิต : (gamingbolt) https://gamingbolt.com (playulti) https://www.playulti.com “รู้หรือเปล่าว่าทำไม Ubisoft ถึงตัดสินใจวางจำหน่าย The Division 2 บนแพลตฟอร์ม Epic Game Store แทนที่จะลงบน Steam ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มยอดนิยมของเกมเมอร์ชาว PC มันไม่ใช่เพราะโดนล่อตาล่อใจด้วยส่วนแบ่งรายได้หรอก แต่เป็นแผนธุรกิจดันแพลตฟอร์มของตนเองอย่าง Uplay เปล่งประกายเฉิดฉายดั่งสวรรค์ของเกมเมอร์ต่างหาก เนื่องจากพวกเขาไม่ต้องกังวลการคิดส่วนแบ่งรายได้ แถมมีส่วนลดให้อีกด้วย ที่สำคัญเลยก็คือ Ubisoft คงอยากตีตัวออกห่างจาก Steam มาสักพักมานานแล้ว เพียงแต่หาจังหวะไม่ได้เสียที พอ Epic Game Store เข้ามาแล้วยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก เลยเห็นโอกาสที่ทำให้ Uplay เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น” ประโยคดังกล่าวข้างต้นคือคำพูดของเพื่อนนักธุรกิจของทามาโมะจังเองล่ะคะ แล้วดูเหมือนความเห็นของเขาจะถูกต้องจริงๆ [สมแล้วที่เป็นนักธุรกิจ] เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา คุณ Yves Guillemot บอสใหญ่ของ Ubisoft ได้เปิดเผยเหตุผลที่นำ Tom Clancy’s The Division 2 วางจำหน่ายบนแพลตฟอร์ม Epic Game Store ซึ่งโดยส่วนใหญ่ก็ตรงตามประโยคดังกล่าวข้างต้นที่ได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ พร้อมให้เหตุผลเพิ่มเติมว่า “ผมมองว่าการที่บรรดาแพลตฟอร์มต่าง ๆ แข่งขันกัน ส่งผลให้ค่ายเกมหันมาพัฒนาคอนเทนต์ให้ดีกว่าเดิม รวมไปถึงการขยายฐานผู้เล่นกลุ่มใหม่อีกด้วย” “ล่าสุดเราค้นพบว่ายอดสั่งซื้อล่วงหน้าของ The Division 2 บน PC ทำยอดขายสูงกว่า The Division ภาคแรกถึง 6 เท่า ซึ่งนับว่าเป็นสัญญาณที่ดีในระยะยาวสำหรับ Ubisoft” ถือเป็นการแสดงให้เห็นการร่วมมือกับทาง Epic Game Store เป็นใบเบิกทางให้เกมเมอร์ชาว PC เริ่มหันมานิยมใช้ Uplay พร้อมโปรโมตไปในตัวด้วย [ถึงแม้มันแอบดูตลกร้ายไปหน่อยก็ตาม] จัดว่าเป็นแผนการตลาดที่ร้ายกาจไม่เบาเลยแฮะ ส่วนตัวเกม Tom Clancy’s The Division 2 กำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 15 มีนาคม 2019 ทั้งบน PC [Uplay & Epic Game Store], PlayStation 4 และ Xbox One เครดิต : (gamingbolt) https://gamingbolt.com (playulti) https://www.playulti.com

เชื่อไหม?เผยญาติเจอร์ราร์ดเคยปัดข้อเสนอแมนยู

เอเจนต์ชาวอิตาเลียน เปิดเผยเรื่องเด็ดว่า บ็อบบี้ ดันแคน หัวหอกญาติสตีเว่น เจอร์ราร์ด เคยได้รับข้อเสนอจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่สนใจอยากดึงตัวไปร่วมทีม แต่สุดท้ายเจ้าตัวปฏิเสธโดยให้เหตุผลอย่างหล่อไม่อยากทรยศ ลิเวอร์พูล บ็อบบี้ ดันแคน กองหน้าดาวรุ่ง เคยปฏิเสธโอกาสย้ายไปเล่นให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก่อนที่สุดท้ายจะเดินทางไปเป็นสมาชิกใหม่ ฟิออเรนตินา โดยให้เหตุผลไม่อยากทรยศ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล จากการเปิดเผยของ วิเชนโซ่ โมราบิโต้ เอเจนต์ชาวอิตาเลียนของนักเตะ ฟิออเรนติน่า ยื่นข้อเสนอของยืมตัว ดาวเตะญาติสตีเว่น เจอร์ราร์ด ตำนานกัปตันทีม “เดอะ เร้ดส์” ในตอนแรกแต่โดน ลิเวอร์พูล ปฏิเสธ อย่างไรก็ตามหลังจากที่ ซาอิฟ รูบี้ เอเจนต์ของนักเตะออกมาจวกหนักสโมสร ในที่สุดพวกเขาก็จำใจต้องปล่อย ดันแคน ออกไปด้วยสนนราคา 1.8 ล้านปอนด์ (ราว 68.4 ล้านบาท) อย่างไรก็ตามก่อนจะได้ย้ายไป “วีโอล่า” ยังมีประเด็นน่าสนใจยิ่งกว่านี้อีกเมื่อความจริงแล้ว ดันแคน ได้รับความเสนอมากมายโดยเฉพาะจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่สุดท้ายเจ้าตัวปัดโอกาสไปเล่นในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เนื่องจากไม่ต้องการหักหลังสาวก “เดอะ ค็อป” โมราบิโต้ ซึ่งทำงานร่วมกับ รูบี้ ในการนำ ดันแดน ย้ายไปอยู่กับฟิออเรนติน่า กล่าวว่า “ทั้งหมดนี้เริ่มต้นในเดือนเมษายน ซาอิฟ ติดต่อมาหาผม และเราเตรียมที่จะทำงานร่วมกันในการพยายามหาสโมสรใหม่ให้ บ็อบบี้ เด็กหนุ่มคนนี้ไม่อยากทรยศ ลิเวอร์พูล และปฏิเสธ ยูไนเต็ด ซึ่งยืนยันว่าอยากได้เขามากๆ” “เขามีโอกาสได้ย้ายไป ลาซิโอ แต่ความสัมพันธ์กับ ลิเวอร์พูล ไม่ค่อยดีนัก และสุดท้ายก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น (เทรนเนอร์ลาซิโอ) ซิโมเน่ อินซากี้ จะทำให้เขาเติบโตยิ่งขึ้น และผมหวังว่าเขาจะเป็นแบบนั้นกับ (กุนซือฟิออเรนติน่า) วินเชนโซ่ มอนเตลล่า” เอเจนต์เลือดมะกะโรนี ระบุ เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

แฟนๆ เฮลั่น! Blade & Soul [TH] เซอร์ไพร์สเตรียมอัปเดตคลาสอาร์เชอร์พร้อมแพทช์อื่นๆ ในอนาคต

ถ้าพูดถึงเกม MMORPG ของบริษัท การีนา ออนไลน์ (ประเทศไทย) จำกัดอย่างเกม “Blade & Soul” ซึ่งในงาน Blade & Soul Thailand Championship 2019 Presented by AIS eSports ได้มีการเซอร์ไพร์สเกมเมอร์ที่เข้าร่วมงาน รวมไปถึงผู้ที่ติดตตามเกมนี้เป็นอย่างมาก ด้วยการเปิดเผยแพทช์อัปเดตในอนาคตของเกม Blade & Soul เซิร์ฟเวอร์ไทย [TH] สิ่งที่น่าสนใจก็คือคลาสใหม่ลำดับที่ 12 ของเกม Blade & Soul ที่เกมเมอร์ชาวไทยรอคอย “อาร์เชอร์ (Archer)” สายโจมตีระยะไกลที่มีทักษะเอาตัวรอดมากมาย ไม่ว่าจะเป็นทั้งการหายตัวได้แบบคลาส “แอสแซสซิน (Assassin)” หรือ การเอาสกิลสุดเทพของคลาส “โซลกันเนอร์ (Soul Gunner)” มาใช้ได้ด้วย เท่านั้นยังไม่พอคลาสนี้ยังสามารถรีเซ็ตคูลดาวน์ทักษะของเพื่อนๆ ในปาร์ตี้ได้อีกด้วย เรียกว่าเป็นสายโจมตีที่มีทักษะสนับสนุนตัวเองและสมาชิกในทีมอย่างมากเลยค่ะ โดยกำหนดการณ์อัปเดตคลาสนี้จะมีขึ้นภายในเดือนกันยายนนี้ค่ะ นอกจากการเซอร์ไพร์สคลาสใหม่แล้วก็ยังมีการเปิดเผยตัวอย่างใหม่อีก 1 ตัว ซึ่งมันคือรายละเอียดแพทช์ใหม่ที่จะอัปเดตเข้ามาในอนาคต ซึ่งสร้างความฮือฮามากกว่าการเปิดตัวคลาสใหม่เสียอีก ส่วนรายละเอียดต่างๆ มีดังต่อไปนี้ค่ะ – เควสต์เนื้อเรื่องใหม่บทที่ 10 – เพิ่ม Max Level ตัวละครจาก 55 เป็น 60 – เพิ่มระบบรูน ระบบนี้ผู้เล่นสามารถสะสมรูนเพื่อปลดล็อคขีดความสามารถของตัวละครให้แข็งแกร่งมากขึ้นได้ – เพิ่มดันเจี๊ยนใหม่ – เพิ่มดันเจี๊ยนแบบเหรดใหม่ที่มีชื่อว่า “อุทยานบุปผาพิษ” – เพิ่มระบบตกปลา – เพิ่มทักษะลำดับที่ 3 ของคลาสเบลดมาสเตอร์และกังฟูมาสเตอร์ – เปลี่ยนแปลงเอนจิ้นจาก Unreal Engine 3 เป็น “Unreal Engine 4” เป็นยังไงกันบ้างคะ เกมเมอร์ชาวไทยที่รอคอยตารางการอัปเดตแพทซ์ของเกม Action MMORPG สุดมันส์อย่าง “Blade & Soul” กันอยู่ รายละเอียดแพทช์ครั้งนี้คงทำให้แฟนๆ เกมนี้ตั้งหน้า ตั้งตารอกันเลยใช่ไหมละ ยังไงก็ห้ามพลาดค่ะ ตอนนี้ฟาร์มเงิน ฟาร์มของรอกันล่วงหน้าได้เลย! เครดิต : (playulti) https://www.playulti.com

หุ่นยนต์ ‘จะมาแทนที่คนงานในโรงงาน 20 ล้านตำแหน่ง’ ในปี 2030

อ็อกซ์ฟอร์ด อีโคโนมิกส์ บริษัทด้านการวิเคราะห์เศรษฐกิจ ระบุว่า งานในภาคการผลิตทั่วโลกสูงถึง 20 ล้านตำแหน่ง อาจถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์ในปี 2030
อ็อกซ์ฟอร์ด อีโคโนมิกส์ ระบุด้วยว่า ตำแหน่งงานในภาคบริการ ก็จะถูกหุ่นยนต์มาแทนที่ด้วยส่วนหนึ่งเช่นกัน อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของหุ่นยนต์ ก็มีส่วนช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจและเพิ่มตำแหน่งงานด้วย
นอกจากนี้ ทางบริษัทยังได้เรียกร้องให้มีการดำเนินการป้องกัน ไม่ให้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางรายได้ที่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน แย่ลงไปกว่าเดิม เพราะการนำหุ่นยนต์มาทำงานแทนคน
การเพิ่มขึ้นของหุ่นยนต์
อ็อกซ์ฟอร์ด อีโคโนมิกส์ ระบุว่า การมีหุ่นยนต์อุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 1 ตัว จะมาแทนที่งานในภาคการผลิต 1.6 ตำแหน่งงาน โดยภูมิภาคใดยิ่งมีงานที่ใช้ทักษะน้อยก็จะยิ่งได้รับผลกระทบมากขึ้น
อ็อกซ์ฟอร์ด อีโคโนมิกส์ ระบุว่า ภูมิภาคที่คนมีทักษะในการทำงานต่ำกว่า ซึ่งมีแนวโน้มที่จะมีเศรษฐกิจที่อ่อนแอกว่า และมีอัตราการว่างงานที่สูงกว่าภูมิภาคอื่น จะเสี่ยงต่อการสูญเสียตำแหน่งงานให้แก่หุ่นยนต์มากกว่า
บทวิเคราะห์
โดย โรรี เซลลัน-โจนส์ ผู้สื่อข่าวเทคโนโลยี
เราเห็นการคาดการณ์มาแล้วมากมายว่า หุ่นยนต์จะมาทำงานแทนที่คน ตั้งแต่คนงานในโรงงานไปจนถึงผู้สื่อข่าว ขณะที่งานที่ไม่ได้ใช้แรงงานก็กลับมามีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบด้วย
แต่ในรายงานนี้ได้นำเสนอมุมมองบางอย่างที่แตกต่างออกไป โดยเน้นย้ำถึงผลดีในด้านผลิตภาพจากการนำหุ่นยนต์มาใช้งาน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการเติบโต นั่นหมายความว่า แม้จะมีการสูญเสียตำแหน่งงานไป แต่ก็จะมีตำแหน่งงานที่เพิ่มขึ้นด้วย
แม้ว่า รายงานนี้จะเห็นว่า หุ่นยนต์เริ่มเข้าไปทำงานในภาคบริการ จากเดิมที่ถูกนำไปใช้งานในภาคการผลิตเป็นส่วนใหญ่ แต่ภาคการผลิตก็จะยังคงได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยเฉพาะในจีน ซึ่งมีแรงงานจำนวนมากที่อาจถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์
ส่วนงานในภาคบริการที่เผชิญความเสี่ยง อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมอย่าง การขนส่ง หรือการก่อสร้าง มากกว่าด้านกฎหมายหรือสื่อมวลชน นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อคนที่มีทักษะในการทำงานต่ำกว่า ที่ย้ายมาจากภาคการผลิตด้วย
ความท้าทายสำหรับรัฐบาลต่าง ๆ ก็คือ จะส่งเสริมนวัตกรรมที่หุ่นยนต์ทำงานแทนคนได้เป็นอย่างดีอยู่แล้วอย่างไร ขณะเดียวกันต้องสร้างความมั่นใจว่า จะไม่ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในสังคมเพิ่มขึ้นด้วย
อ็อกซ์ฟอร์ด อีโคโนมิกส์ ยังพบว่า งานใดที่ต้องทำซ้ำ ๆ ก็จะยิ่งมีความเสี่ยงที่จะถูกนำหุ่นยนต์มาทำงานแทนมากขึ้น ส่วนงานที่จำเป็นต้องใช้ความรู้สึก ความคิดสร้างสรรค์ หรือการเข้าสังคม น่าจะยังต้องใช้คนในการทำงานต่อไป “อีกหลายสิบปี” ทางบริษัทเรียกร้องให้ผู้กำหนดนโยบาย ผู้นำภาคธุรกิจ แรงงาน และครู ช่วยกันคิดว่า จะพัฒนาทักษะแรงงานอย่างไรให้สอดคล้องกับการที่มีหุ่นยนต์มาทำงานแทนคนเพิ่มขึ้น
นับตั้งแต่ปี 2000 ภาคการผลิตมีการนำหุ่นยนต์มาทำงานแทนคนแล้วราว 1.7 ล้านตำแหน่งงาน รวมถึง 400,000 ตำแหน่งงานในยุโรป 260,000 ตำแหน่งงานในสหรัฐฯ และ 550,000 ตำแหน่งงานในจีน
อ็อกซ์ฟอร์ด อีโคโนมิกส์ คาดว่า จีนจะนำหุ่นยนต์มาใช้ในภาคการผลิตมากที่สุด โดยในปี 2030 จีนจะมีหุ่นยนต์อุตสาหกรรมมากถึง 14 ล้านตัว
ส่วนในสหราชอาณาจักร อาจจะมีงานหลายแสนตำแหน่งที่ถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์
อย่างไรก็ตาม อ็อกซ์ฟอร์ด อีโคโนมิกส์ ประเมินว่า หากมีหุ่นยนต์มาทำงานแทนคนทั่วโลกเพิ่มขึ้น 30% จะทำให้ผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ หรือ จีดีพี ของทั้งโลก เพิ่มขึ้น 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 153.7 ล้านล้านบาท ซึ่งจะส่งผลให้มีการจ้างงานเพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกับที่สูญเสียตำแหน่งงานไปเพราะหุ่นยนต์

เครดิต : (BBC) https://www.bbc.com/thai

นักเรียนผดุงครรภ์ใช้เทคโนโลยี AR ในการฝึกทำคลอด

เทคโนโลยีเสริมจริงหรือ AR (Augmented Reality) เพิ่งจะมีใช้เมื่อไม่กี่ปีมานี้ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกันกับที่ใช้เล่นเกม Pokemon Go บนโทรศัพท์มือถือ
แต่ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงลอนดอน มีการนำ Augmented Reality หรือ AR มาช่วยในการฝึกทำคลอดได้ นักผดุงครรภ์เป็นผู้ที่นำชีวิตใหม่มาสู่โลกใบนี้ และนักเรียนผดุงครรภ์ที่มหาวิทยาลัย Middlesex ในกรุงลอนดอน ก็กำลังเรียนรู้วิธีการใหม่ในการทำคลอด
Sarah Chitongo ผู้สอนที่มหาวิทยาลัย Middlesex เป็นครูสอนในชั้นเรียนที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงนี้ นักเรียนของเธอใช้แว่นตาที่ติดตั้งเทคโนโลยีเสริมจริงหรือ AR เพื่อให้นักเรียนผดุงครรภ์ได้มีประสบการณ์กับการจำลองในการทำคลอดที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริง
Sarah กล่าวว่า เทคโนโลยีนี้ช่วยให้นักเรียนได้มองเห็นภาพจริงของร่างกายที่เสมือนจริง สามารถเดินเข้าไปดูใกล้ๆ หรือเดินไปรอบๆ เพื่อให้มองเห็นภายในได้
Darron Hazelby เจ้าหน้าที่เทคนิคด้านการบริการทางคลินิกที่มหาวิทยาลัย Middlesex กล่าวว่า AR ช่วยให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการศึกษาการทำคลอดที่มองเห็นได้ชัดเจนกว่าการเรียนในหนังสือ และยังให้ประสบการณ์มากกว่าและได้ลงมือทำ ได้เคลื่อนไหวไปรอบๆ และได้มีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัวด้วย
การฝึกฝนจะช่วยเตรียมนักเรียนผดุงครรภ์ให้พร้อมสำหรับความผิดพลาดต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการคลอดบุตร รวมถึงสามารถจัดการกับภาวะแทรกซ้อนเนื่องจากความบกพร่องทางพันธุกรรมด้วย
Sarah Chitongo จากมหาวิทยาลัย Middlesex กล่าวอีกว่า ผู้หญิงผิวดำและชาวเอเชียมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและโรคเบาหวานมากกว่าผู้หญิงกลุ่มอื่นๆ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าผู้หญิงเหล่านั้นจะต้องเสียชีวิตเพราะอาการเจ็บป่วยดังกล่าว ดังนั้นเทคโนโลยี AR จะเป็นทางออกที่ดีของปัญหานี้
อย่างไรก็ดี การให้นักเรียนสัมผัสกับเทคโนโลยีหรือแว่นตา AR มาก่อนช่วยให้พวกเขาสามารถใช้อุปกรณ์นี้ได้อย่างสะดวกใจมากขึ้น และการเรียนรู้อย่างจริงจังก็จะทำให้นักเรียนเข้าใจเทคโนโลยีนี้ได้ดีขึ้นด้วย
Sarah Chitongo บอกว่า เธอต้องใช้เวลาเกือบสิบปีในการทำงานผดุงครรภ์ ก่อนที่จะมองเห็นข้อผิดพลาดในการคลอดบุตร และว่าการใช้เทคโนโลยี AR ในห้องเรียนจะช่วยให้นักเรียนสามารถจัดการกับสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในโลกแห่งความเป็นจริงได้ดียิ่งขึ้น และอาจสามารถช่วยชีวิตคนได้อีกด้วย

เครดิต : (sanook) https://www.sanook.com

“หัวเว่ยจะสร้างประโยชน์ให้ประชากร 500 ล้านคนทั่วโลกด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล”

หัวเว่ยจะช่วยให้ประชากรอีก 500 ล้านคนทั่วโลกได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลในอีก 5 ปีข้างหน้า ไมเคิล แมคโดนัลด์ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านเทคโนโลยี หัวเว่ย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวในงานประชุมของคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมของเอเชียและแปซิฟิกแห่งสหประชาชาติ (UNESCAP) ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ
การประชุมคณะกรรมการด้านการขับเคลื่อนทางด่วนข้อมูลในเอเชีย-แปซิฟิก (AP-IS) และการประชุม WSIS ระดับภูมิภาคสมัยที่สาม เริ่มต้นขึ้นวานนี้ ณ ศูนย์การประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพฯ
ตามคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมของเอเชียและแปซิฟิกแห่งสหประชาชาติ (ESCAP) การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อทบทวนข้อค้นพบจากงานวิจัยล่าสุด การดำเนินการของแผนแม่บทด้าน AP-IS และเอกสารกรอบการทำงานด้านความร่วมมือระดับภูมิภาค ระหว่างปี 2562 – 2565 โดยประเทศสมาชิกต่างๆ ESCAP และองค์กรพันธมิตรต่างๆ และพูดคุยถึงแนวโน้มและเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่มีผลกระทบต่อการดำเนินการ
มร. แมคโดนัลด์ กล่าวในสุนทรพจน์ของเขาในหัวข้อ “Redefining Inclusion” ว่า “ตามข้อมูลของ GSMA มีประชากรมากกว่า 1 พันล้านคนยังไม่สามารถเข้าถึงบริการบรอดแบนด์ไร้สาย และอีกมีประชากรอีก 3,800 ล้านที่ยังไม่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ซึ่งคิดเป็นกึ่งหนึ่งของประชากรทั้งโลก
ประธานเจ้าหน้าที่ด้านเทคโนโลยี ของหัวเว่ย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังได้เรียกร้องให้รัฐบาลประเทศต่าง ๆ องค์กรอุตสาหกรรม และพันธมิตรธุรกิจ มาร่วมกันส่งเสริมให้ทุกคนได้มีโอกาสใช้ประโยชน์จากดิจิทัลด้วย
“เราต้องการแผนที่ดำเนินการได้ในทันที และด้วยความทุ่มเทร่วมกัน พวกเราสามารถทำให้ทุกคนในสังคมมีทักษะด้านดิจิทัลได้” เขากล่าว
“ที่หัวเว่ย เราเชื่อว่าเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่ดี และเราควรใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่ดีเช่นเดียวกัน เพื่อส่งเสริมให้ทุกคนมีสิทธิ์เข้าถึงดิจิทัล เราได้จัดวางแผนการดำเนินงานร่วมกัน” มร. แมคโดนัลด์ กล่าว “โครงการนี้มีชื่อว่า Tech4ALL ซึ่งจะเน้น 3 ด้านด้วยกันคือ การเชื่อมโยง การนำไปใช้ และทักษะ”
หัวเว่ย ในฐานะผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านไอซีทีและสมาร์ทดีไวซ์ชั้นนำระดับโลก ได้กล่าวคำมั่นที่จะลดอุปสรรคในเรื่องของต้นทุนและการครอบคลุมของสัญญาณผ่านนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี ช่วยให้นักพัฒนาสร้างแอปพลิเคชันสำหรับชุมชนและอุตสาหกรรมต่าง ๆ และทำงานร่วมกับรัฐบาล ชุมชนท้องถิ่น และอุตสาหกรรมอื่น ๆ เพื่อเพิ่มการตระหนักรู้ด้านทักษะดิจิทัลและให้ความช่วยเหลือตามจำเป็น
“ตัวอย่างเช่น ตลอดสิบปีที่ผ่านมา โครงการ Seeds for the Future ของเราได้ช่วยพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลให้แก่นิสิตนักศึกษากว่า 30,000 คนจาก 100 กว่าประเทศ”
ในประเทศไทย โครงการ “Seeds for the Future” ได้ส่งนิสิตนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยไทย ไปศึกษาวัฒนธรรมจีนที่กรุงปักกิ่ง พร้อมศึกษาเรียนรู้เทคโนโลยีไอซีทีอันทันสมัยที่เมืองเซินเจิ้น
ในปี 2561 หัวเว่ยได้จัดการแข่งขัน “Huawei ICT Competition Thailand” เพื่อบ่มเพาะคนรุ่นใหม่ให้มีศักยภาพด้านไอซีที เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาไทยแลนด์ 4.0 และสร้างโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงดิจิทัลได้
“ทั้งหมดนี้เป็นเพียงการเริ่มต้น ในอีก 5 ปีข้างหน้า เป้าหมายของเราคือการช่วยให้ประชากรอีก 500 ล้านคนได้ใช้ประโยชน์โดยตรงจากเทคโนโลยีดิจิทัล”
“นี่คือภารกิจของเรา และเราหวังว่าพวกคุณจะมาร่วมกับเรา เพราะด้วยการร่วมแรงร่วมใจ พวกเราจะสามารถนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปสู่คนทุกคน บ้านทุกหลัง และองค์กรทุกแห่ง เพื่อสร้างโลกอัจฉริยะที่เชื่อมโยงกันอย่างเต็มรูปแบบ” มร. ไมเคิล แมคโดนัลด์ กล่าว

เครดิต : (sanook) https://www.sanook.com